ขั้นตอนการผ่าตัด เสริมหน้าอก

ทำหน้าอก แพทย์จะเปิดแผลผ่าตัดซึ่งส่วนมากจะเป็นที่รักแร้ เนื่องจากสามารถซ่อนรอยแผลเป็นได้ดี จากนั้นจะเลาะช่องสำหรับวางถุงซิลิโคน อาจเป็นใต้ตัวเนื้อนมหรือใต้กล้ามเนื้อหน้าอกก็ขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ เมื่อจัดวางถุงซิลิโคนเข้าที่เรียบร้อยแล้วก็จะเย็บแผลปิดด้วยไหมขนาดเล็ก ๆ โดยทั่วไป การผ่าตัดเสริมหน้าอกจะใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดประมาณ 2-3 ชั่วโมง หลังการผ่าตัดต้องนอนพักในโรงพยาบาล 1 – 2 วัน ระยะเวลาในการพักฟื้นประมาณ 1 สัปดาห์ ในช่วง 2 -3 วันแรกหลังทำอาจมีความรู้สึกตึงและปวดได้ ถือว่าเป็นอาการปกติ ส่วนตัวเต้านมจะค่อย ๆ ยุบบวมลงจนเข้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 – 2 เดือน

ทำหน้าอก

การปฏิบัติตนหลังผ่าตัด เสริมหน้าอก ทำหน้าอก

ในช่วง 7 วันแรกหลังผ่าตัด ควรระมัดระวังไม่ให้แผลผ่าตัดโดนน้ำ
งดยกสิ่งของหนักเหนือศีรษะ และงดกิจกรรมหนักหรือใช้กำลังมาก ประมาณ 1 เดือน
ในช่วงฟื้นตัวระยะแรกควรหลีกเลี่ยงเสื้อชั้นในแบบมีโครง เพราะแรงดันจากโครงอาจทำให้เกิดรอยบนหน้าอกตามแนวโครงได้
แผลผ่าตัดโดยมากใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ก็มาตัดไหมได้ ส่วนแผลเป็นจะจางหายไปใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน
หากแพทย์แนะนำให้นวดหน้าอกควรทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดพังผืดจนเต้านมแข็งตึงไม่เป็นธรรมชาติ
หากมีอาการผิดปกติควรกลับมาพบแพทย์โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด
ผู้ที่ผ่าตัดเสริมหน้าอก ควรหมั่นตรวจดูเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำ เพื่อดูลักษณะเต้านมว่ายังคงสภาพปกติดีหรือไม่ หากมีข้อสงสัยหรือปัญหาควรปรึกษาแพทย์
ซิลิโคน เสริมหน้าอก มีอายุการใช้งานนานแค่ไหน?

โดยทั่วไปอายุการใช้งานของซิลิโคนจะประมาณ 10 ปีขึ้นไป ถ้าเป็นซิลิโคนทรงกลมรุ่นที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันจะมีอายุการใช้งานตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป แต่ถ้าเป็นซิลิโคนทรงหยดน้ำ อายุการใช้งานจะนานกว่า คือ 15 ปีขึ้นไป เนื่องจากคุณภาพของเจลดีกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อถึงระยะเวลาที่ว่าแล้วจะต้องมาผ่าตัดเปลี่ยนถุงซิลิโคนใหม่ทุกราย ถ้าไม่มีปัญหาหรืออาการผิดปกติใดๆ ก็ยังไม่ต้องผ่าตัดเปลี่ยนใหม่ เพียงแต่หลังจากทำไปนานๆ เช่น หลังเสริมไปแล้ว 10 ปี ควรได้รับการตรวจเต้านมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูความผิดปกติของซิลิโคน เช่น การตรวจแมมโมแกรม (Mammogram) หรือการสังเกตว่าซิลิโคนหมดอายุหรือไม่ อาการที่บ่งบอกว่าซิลิโคนหมดอายุคือ เริ่มแรกหน้าอกจะนิ่มมาก นาน ๆ ไปจะค่อยๆ แข็งเป็นก้อน ถ้ามีก็ควรรีบไปพบแพทย์ สำหรับท่านที่เสริมหน้าอกมานาน ๆ หลายปีแล้ว และหากเกิดปัญหาถุงซิลิโคน เช่น ซิลิโคนแตก รั่วซึม สามารถผ่าตัดเปลี่ยนเป็นถุงซิลิโคนชนิดใหม่ที่มีความปลอดภัยสูงขึ้นได้

ถุงซิลิโคนเจลเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านมหรือไม่?

การ เสริมหน้าอก ด้วยถุงซิลิโคนเจลไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งของเต้านมแต่อย่างใด และพบว่าไม่ได้เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยหลายโรคที่ในอดีตเคยคิดว่าเกี่ยวข้องกับถุงซิลิโคน ยิ่งในปัจจุบันหากใช้ถุงซิลิโคนเจลที่มีคุณภาพสูงหรือถุงซิลิโคนเกรดเอ แม้ว่าถุงซิลิโคนจะแตกรั่วขึ้นมาก็ไม่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดมะเร็งเต้านมได้ ส่วนกรณีถุงซิลิโคนหมดอายุ ถ้าไม่เอาออกแม้จะไม่มีโอกาสเกิดมะเร็ง แต่ในระยะยาวหน้าอกจะแข็งเป็นก้อน และเกิดพังผืดรัดแน่นบริเวณซิลิโคนได้ จึงควรพบแพทย์ผ่าตัดเปลี่ยนถุงซิลิโคนใหม่ ทำหน้าอก

Leave a Reply

Close Menu