ฟอกสีฟันด้วย Zoom

ฟอกฟันขาว ฟันขาว ยิ้มสวย ช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพ และเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในหลายๆ เรื่อง คนที่มีฟันขาวสะอาด เรียงตัวสวยงาม จึงมีความมั่นใจ เพราะเป็นเจ้าของรอยยิ้มที่สดใส จะพูดคุยติดต่อสื่อสารกับใครก็ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก โดยธรรมชาติแล้วฟันของเราจะมีสีขาวมันวาว แต่บางคนอาจประสบปัญหามีฟันเหลือง ดำคล้ำ แลดูไม่สวยงาม ทำให้สูญเสียความมั่นใจ ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและหน้าที่การงาน

ฟอกฟันขาว

ฟันเหลืองเกิดจากอะไรได้บ้าง

มีหลายสาเหตุที่ทำให้ฟันของคนเรามีสีเหลือง ฟอกฟันขาว สีน้ำตาล สีเทาดำ หรือดำคล้ำ ซึ่งเกิดจากปัจจัยหลายๆ อย่างด้วยกัน บางคนฟันอาจมีความผิดปกติมาตั้งแต่กำเนิด อาจเกิดจากโรคบางอย่าง หรือการได้รับยาบางชนิดมากเกินไป เช่น ยาเตตราไซคลีน (Tetracycline) การได้รับฟลูออไรด์มากเกินไปจะทำให้มีจุดสีน้ำตาลบนฟันหรือที่เรียกว่าฟันตกกระ และเมื่ออายุมากขึ้นจะเกิดการสะสมของเม็ดสีในตัวฟันมากขึ้น ทำให้ฟันกลายเป็นสีเหลือง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงไปตามอายุการใช้งานนั่นเอง

การรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีสี เช่น ชา กาแฟ ไวน์แดง น้ำอัดลม ลูกอม แกงที่มีสีต่างๆ ฯลฯ เป็นประจำเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฟันเหลือง ร่วมกับหลังจากรับประทานอาหารและเครื่องดื่มแล้วไม่มีการทำความสะอาดช่องปาก หรือแปรงฟันไม่สะอาดทั่วถึงพอ จึงทำให้เกิดการสะสมคราบอาหาร คราบแบคทีเรีย และหินปูน บนผิวฟันและเนื้อฟัน เกิดเป็นฟันเหลืองแลดูไม่สวยงาม นอกจากนี้ การสูบบุหรี่และการใช้ยาปฏิชีวนะก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ฟันเหลืองได้เช่นกัน

ฟันสีเหลืองหรือสีน้ำตาลยังเกิดขึ้นได้จากฟันผุ โดยเฉพาะฟันที่ผุมากๆ และถูกทิ้งไว้เป็นระยะเวลานานโดยไม่ได้รับการรักษา จนกระทั่งลุกลามถึงโพรงประสาทฟัน ทำให้ฟันไม่มีเลือดและประสาทฟันมาหล่อเลี้ยง ส่งผลให้ฟันมีสีทึบ ไม่สดใส หรือที่เรียกว่า ฟันตาย นั่นเอง เช่นเดียวกับฟันที่ถูกกระแทกอย่างแรงหรือได้รับอุบัติเหตุ จนทำให้เส้นเลือดที่มาหล่อเลี้ยงฟันเกิดการฉีกขาด เมื่อทิ้งไว้เป็นระยะเวลานานจะทำให้ฟันมีสีดำคล้ำมากขึ้น

จะเห็นได้ว่ามีมากมายหลายสาเหตุด้วยกันที่ทำให้สีฟันของเราเกิดการเปลี่ยนแปลง จากฟันที่มีสีขาว มันวาว กลับกลายเป็นฟันสีเหลือง ดำคล้ำ ไม่สดใส และวิธีที่จะสามารถปรับระดับเฉดสีของฟันให้ขาวขึ้น ช่วยทำให้คุณมีรอยยิ้มที่ขาวสดใสมากขึ้นแบบสังเกตได้ มีหลายวิธี และการฟอกสีฟันก็เป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถทำให้ฟันขาวได้ในฟันเหลืองจากบางสาเหตุที่กล่าวมา

การฟอกสีฟันคืออะไร

การฟอกสีฟัน เป็นการใช้น้ำยาฟอกสีฟัน คือ ไฮโดรเจน เพอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide) หรือ คาร์บาไมด์ เพอร์ออกไซด์ (Carbamide Peroxide) ไปทำปฏิกิริยากับสารที่มีภายในฟัน ทำให้สีที่สะสมอยู่บนผิวฟันและในเนื้อฟันแตกตัวเป็นโมเลกุลเล็กๆ จึงทำให้ฟันขาวสว่างขึ้น โดยไม่มีผลต่อเคลือบฟันและโครงสร้างของฟันตามธรรมชาติ การฟอกสีฟันมี 2 วิธีคือ การฟอกสีฟันแบบทำด้วยตนเองที่บ้าน และการฟอกสีฟันโดยทันตแพทย์ที่คลินิก ซึ่งโดยส่วนใหญ่ทันตแพทย์จะทำการฟอกสีฟันให้เฉพาะฟันซี่ที่มองเห็นได้เมื่อยิ้ม

การฟอกสีฟันแบบทำด้วยตนเองที่บ้าน (Home bleaching)

คนไข้จะได้รับน้ำยาฟอกสีฟันความเข้มข้นต่ำ และถาดฟอกสีฟันเฉพาะบุคคล (Tray) นำกลับไปฟอกสีฟันเองที่บ้าน โดยหลังจากตรวจสภาพฟันและประเมินสีฟันของคนไข้ว่าพร้อมสำหรับการฟอกสีฟันแล้ว ทันตแพทย์จะทำการพิมพ์ปากคนไข้เพื่อสร้างแบบจำลองฟันและนำมาทำถาดฟอกสีฟัน โดยทำการบันทึกสีของฟันก่อนการรักษา เมื่อถาดฟอกสีฟันได้มีการปรับแต่งให้มีความพอดีกับช่องปากของคนไข้แล้ว ทันตแพทย์จะสอนวิธีการใช้ชุดฟอกสีฟันและวิธีการดูแลรักษาความสะอาด และให้คนไข้นำชุดฟอกสีฟันกลับไปทำเองที่บ้าน

โดยให้คนไข้ใส่ถาดฟอกสีฟันวันละประมาณ 4 ชั่วโมง หรือใส่ตลอดทั้งคืนขณะนอนหลับ ระหว่างใส่ถาดฟอกสีฟันมีข้อห้ามคือ งดรับประทานอาหารทุกชนิด ในระหว่างการฟอกสีฟัน คนไข้อาจมีอาการเสียวฟัน มีอาการระคายเคืองเนื้อเยื่ออ่อน เช่น เหงือก เป็นต้น ทันตแพทย์จึงมีการนัดมาติดตามผลเป็นระยะเพื่อดูผลของการฟอกสีฟัน และดูแลแก้ไขอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น การฟอกสีฟันแบบทำด้วยตนเองที่บ้านภายใต้การควบคุมของทันตแพทย์ ใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ สีของฟันจะค่อยๆ ขาวสว่างขึ้น

การฟอกสีฟันโดยทันตแพทย์ที่คลินิก (In-office bleaching)

ZOOM เป็นทางเลือกหนึ่งของการฟอกสีฟันโดยทันตแพทย์ในคลินิก คือเทคโนโลยีฟอกฟันขาวใหม่ล่าสุดที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก เป็นการฟอกสีฟันโดยใช้แสงสีฟ้า (Blue Light) ซึ่งเป็นแสง LED ชนิดเข้มข้น เร่งปฏิกิริยาในการฟอกสีฟัน เพื่อกระตุ้นการทำงานของน้ำยาฟอกสีฟัน ให้มีประสิทธิภาพในการกำจัดคราบสีที่ติดอยู่บนผิวฟันและในเนื้อฟันได้ดียิ่งขึ้น โดยไม่ทำลายเคลือบฟัน ไม่กัดกร่อนเนื้อฟัน และโครงสร้างของฟันตามธรรมชาติ ใช้ระยะเวลาในการฟอกสีฟัน 45-60 นาที สามารถปรับระดับเฉดสีฟันให้ขาวขึ้นได้ 3-8 เฉดสี เป็นวิธีการฟอกสีฟันที่รวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ภายใต้การดูแลของทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ขั้นตอนการฟอกสีฟัน ZOOM

ก่อนการรักษา ทันตแพทย์จะตรวจสภาพฟันและประเมินสีฟันของคนไข้ว่าพร้อมสำหรับการฟอกสีฟัน ZOOM หรือไม่ หากประเมินแล้วได้ข้อสรุปว่าสามารถทำการฟอกสีฟันได้ ทันตแพทย์จะตรวจสุขภาพฟัน ดูให้แน่ชัดว่าไม่มีฟันผุ ไม่มีอาการเสียวฟันเนื่องจากภาวะเหงือกร่น หากมีฟันผุต้องทำการอุดฟันก่อน และวัสดุอุดจะต้องไม่มีการรั่วซึม จากนั้นจึงทำความสะอาดผิวฟันโดยการขูดหินปูน ขัดฟัน เพื่อให้น้ำยาฟอกสีฟันออกฤทธิ์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อเตรียมฟันพร้อมแล้ว ทันตแพทย์จะใช้อุปกรณ์เทียบสีฟัน เปรียบเทียบเฉดสีฟันของคนไข้ก่อนการรักษาว่าเป็นสีระดับไหน จากนั้นคนไข้จะได้รับการสวมแว่นตาป้องกันแสง ใส่อุปกรณ์กั้นแก้ม กั้นลิ้น กั้นริมฝีปาก และทำการกั้นเหงือกและเนื้อเยื่ออ่อนในช่องปากด้วยเจล เพื่อไม่ให้โดนน้ำยาฟอกสีฟัน เนื่องจากน้ำยาที่ใช้ในการฟอกสีฟัน ZOOM มีความเข้มข้นสูงกว่าน้ำยาฟอกสีฟันแบบนำกลับไปทำด้วยตนเองที่บ้าน โดยจะเหลือไว้เฉพาะผิวหน้าของฟันที่ต้องการฟอกเท่านั้น จากนั้นจึงทำการเป่าฟันให้แห้ง แล้วป้ายน้ำยาฟอกสีฟันซึ่งเป็นน้ำยาสีค่อนข้างใสลงไปบนผิวหน้าของฟัน

เริ่มทำการฉายแสงสีฟ้า (Blue Light) ซึ่งเป็นแสง LED ชนิดเข้มข้นลงไปบนฟัน เพื่อกระตุ้นการทำงานของน้ำยาฟอกสีฟันให้กำจัดคราบสีที่ยึดเกาะผิวฟันและเนื้อฟันได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แสงสีฟ้าที่นำมากระตุ้นน้ำยาฟอกสีฟันนี้ สามารถควบคุมปริมาณความเข้มแสงและควบคุมความร้อนไม่ให้มากเกินไปได้ จึงช่วยลดอาการเสียวฟันขณะฟอกฟันได้

ในการฟอกสีฟันหนึ่งครั้งจะมีการเปลี่ยนน้ำยาและฉายแสงทั้งหมดประมาณ 2-4 รอบ รอบละ 15 นาที น้ำยาฟอกสีฟันที่ถูกกระตุ้นด้วยแสงสีฟ้าจะมีลักษณะฟูฟ่อง ในแต่ละรอบจะมีการทิ้งระยะเพื่อให้น้ำยาสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ และมีการดูดน้ำยาและน้ำลายออกทุกครั้ง รวมแล้วใช้เวลาในการฟอกสีฟันประมาณ 45-60 นาที เมื่อฟอกสีฟันเสร็จแล้ว จึงกำจัดน้ำยาฟอกสีฟันและนำเจลที่ใช้กั้นเหงือกและเนื้อเยื่อในช่องปากออก ภายหลังการรักษา ทันตแพทย์จะเทียบสีของฟันให้คนไข้เห็นความเปลี่ยนแปลงของเฉดสีฟัน โดยสีของฟันจะขาวขึ้นประมาณ 3-8 เฉดสี ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของสีฟันขึ้นกับสภาพฟันของแต่ละบุคคลที่มีปฏิกิริยาต่อน้ำยาฟอกสีฟันที่แตกต่างกัน และสภาพปัญหาของฟันคนไข้ก่อนการรักษา ฟอกฟันขาว

Leave a Reply

Close Menu